ส่ง Panda แกงค์ กลับไปแล้ว
วันจันทร์ที่ 18 ไป Aichi Expo 2005 มา ออกจากบ้านกันตั้งแต่เจ็ดโมงเช้า ขึ้น Shinkansen ไป ลงนาโกย่า ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 50 นาทีเศษ แล้วต่อรถไฟ Local ไปอีกสี่สิบนาที ตามด้วย Linemo (Linear Motor Car) อีกสองป้าย กว่าจะถึงหน้างานก็ปาเข้าไปสิบเอ็ดโมง คนเยอะมากส่วนใหญ่เป็นคนแก่กับเด็ก (เพราะวันนี้เป็นวันทำงาน) ต้องต่อแถวซื้อตั๋วอีกราวๆยี่สิบนาที เข้าไปก็ต้องตะลึงกับแถวของบู๊ทที่จะเข้าแต่ละอัน นานกว่าไปดิสนี่ย์แลนด์อีก บู๊ทไทยไม่ค่อยน่าประทับใจเท่าไหร่เลย ทำข้างในมืดๆมีรูปสถานที่ท่องเที่ยวในไทยติดตามผนัง มีแต่ทีวีกับโปสเตอร์ซะมาก มีตั้งแสดงสมุนไพรไทย ข้างในสุดมีเรือสุพรรณหงส์จำลองมาตั้งไว้ตรงกลาง ทางออกมีขายอาหารไทย ใกล้ๆกันเป็นบู๊ทของประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่น่าสนใจแล้วเราเข้าไปดูก็มีเขมร ทำดูน่าดึงดูดดี ทำบรรยากาศให้เหมือนนครวัดนครธมจำลอง มีโชว์ทอผ้ากับแกะสสักหินให้ดูด้วย ดูแล้วดีกว่าของไทยเป็นไหนๆ ออกจากโซนนี้เราก็ตรงไปต่อแถวเข้าบู๊ทของญี่ปุ่นเลย เรียกว่า Nihon-Kan อันนี้ต่อแถวนานมาก 80 นาทีกว่าจะได้เข้า เป็นอาคารหลังคาห่อด้วยไม้ไผ่สานทั้งหลัง คล้ายสุ่มไก่อันใหญ่ ผนังตรงทางเข้าเอาต้นไม้มาปลูกที่กำแพง เห็นเคยออกทีวีว่าเป็นปอดเทียมช่วยปล่อยอ๊อกซิเจนให้อากาศ บู๊ทนี้เน้นเรื่องสิ่งแวดล้อม มี Highlight เป็นห้องทรงลูกบอลที่มีสะพานให้เราเข้าไปยืนตรงกลางลูกบอลแล้วก็ฉายหนังภายในผนังด้านในทั้งหมดเลย ทำให้เหมือนเราอยู่ในหนังจริงๆ ลอยลงมาจากท้องฟ้า ตกลงไปในทะเล ว่ายน้ำกับปลา แล้วก็ออกไปนอกอวกาศ สวยสมจริงจนรู้สึกเหมือนเราเหาะเหินเดินอากาศได้จริงๆ ออกจาก Nihon-kan ก็หาข้าวกลางวันกิน จากนั้นก็ไป Family Island แล้วก็ Robo Station ก่อนเดินวนกลับมาที่ทางออก เรา พี่ฮุ้ย กับแม่ (เจ๊หมีกับเฮียซ้งต้องดูแพนด้า)แยกไปเข้า Mitsubishi Pavilion ดูหนังจอ 180 องศา เรื่อง ถ้าไม่มีพระจันทร์แล้วโลกจะเป็นอย่างไร แล้วก็เข้า JR Central Pavilion ดูหนังสามมิติเรื่องเกี่ยวกับรถ Maglev รถไฟที่วิ่งเร็วที่สุดในโลกตอนนี้ (วิ่งได้ 581 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) ก่อนกลับตอนรอเจ๊หมีกับเฮียซ้งเข้าไปดู Mitsubishi Pavilion เราออกไปดูร้านขายของฝาก กะซื้อเสื้อยืด Expo มาใส่เล่นสองตัว แต่เห็นราคาแล้วต้องลดลงเหลือตัวเดียวพอ (ตัวละ 3000 กว่าเยน!!!) ขากลับ กินข้าวกล่องบนรถ Shinkansen กลับถึงบ้านก็เกือบเที่ยงคืน
วันอังคารที่ 19 ไป Showa-Kinen Koen ที่ Tachikawa เป็นสวนสาธารณะใหญ่ มีจักรยานให้เช่าถีบ จุดประสงค์คือจะพาแพนด้าไปเล่น ดึ๋งๆ ถ้าได้เห็นแล้วทุกคนคงตกใจ เพราะมีที่เด้งดึ๋งๆเป็นภูเขาเลย 

วันพุธที่ 20 วันนี้ฝนตกทั้งวันเลย พา Panda แกงค์ไป Harajuku วัด Meiji-jinku แล้วก็ เดิน Loft ที่ Shibuya ฝนตก ไม่หนุกเลย กลับบ้านกินข้าวกลางวันกันตอนสี่โมง แล้วก็ออกไปกิน Yakiniku เจ้าประจำของเรากันตอนเย็น
วันพฤหัสที่ 21 เจ๊หมีอยากเดิน Akihabara เลยพาไป ไปถึงตกใจมากเลย สถานี Akihabara เปลี่ยนไป ปรับปรุงใหม่สวยงามกว้างขวาง ตึกใหม่ผุดขึ้นตรึมเลย มาที่นี่พลาดไม่ได้ต้องพาไปกิน Kyushu Jangara Ramen ผลัดกันเข้าไปกินทีละครึ่งเพราะต้องเฝ้า Panda จากนั้นไปเดิน Laox ก่อนนั่งรถไป Bic Camera ที่ Yurakucho เพราะเจ๊หมีอยากดูนาฬิกา แต่ในที่สุดก็ไม่ได้ซื้อ เดินกลับสถานี Tokyo ผ่านถนน Marunouchi ที่เป็นร้านหรูเต็มสองข้างทาง กลับมาเดิน Shopping ตบท้ายกันที่ Daiei แล้วก็ทำกับข้าวกินกันที่บ้าน กินเสร็จออกไปซื้อของที่ขาดอีกเล็กน้อย แพ๊คของกันจนดึกเลยวันนี้
วันศุกร์ที่ 22 เวลาเร็วเหมือนติดปีก วันนี้ Panda แกงค์ก็กลับกันแล้ว กว่าจะตื่นกว่าจะแต่งตัวเสร็จก็ปาเข้าไปเที่ยง ออกไปกินข้าวกลางวันกันที่ร้านอาหารจีนเสือแดง แล้วก็กลับมาขนกระเป๋า ต้องขนกันสองรอบกว่าจะหมด ขึ้นรถไฟเที่ยวสองโมงครึ่งไปถึงแบบพอดีๆ ส่ง Check-in เข้าไปแล้ว เรากลับไม่ทันรถเที่ยวห้าโมง ต้องนั่งรอรถไฟเที่ยวหกโมง กลับถึง Ichikawa ดันโกงออกไม่ได้แล้วเราก็ไม่มีตังค์เหลือเลยด้วย ต้องรอให้สารมีมาช่วยชีวิต โชคดีที่พี่ฮุ้ยอยู่ระหว่างทางกลับมาพอดี สรุปกว่าจะกลับถึงบ้านใช้เวลาเดินทางบวกกับเวลารอปาเข้าไปสองชั่วโมงกว่า

0 Comments:
Post a Comment
<< Home